Simmee's profilesimmyPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 03

    ฉัน ลูกช้าง ลูกนกลูกกา: ภาษา การรับรู้และความจริง

     
     ลิงค์มันยาวเกิน  เลยเอามาแปะให้อีกทีค่ะ
     
    ภาษา (Language)
    หลายๆเดือนก่อนเคยตั้งคำถามกันเล่นๆว่า ทำไมนะ ทำไม ทำไม why why why
    ทำไมเราจึงแทนตัวเองว่าลูกช้าง ลูกนกลูกกา
    แล้วถามกันต่อว่าทำไมต้องเป็นช้าง เป็นไดโนเสาร์ไม่ได้เหรอ 
    แล้วทำไมต้องเป็นลูกนกลูกลูกกาล่ะ เป็นลูกมดลูกปลวก  หรือลูกกบลูกเขียด ไม่ได้หรืองัย
     
    เออนะ เราว่าน่าคิด คิดได้ก็ลงมือทำงานทันที ถามคนรอบตัวก่อนเลย
    ถามแม่ แม่หัวเราะ ฮามาก แล้วบอกว่า เออเนอะ คงได้บุญเยอะขึ้น
    ถ้าเปลี่ยนจาก ลูกช้างเป็นลูกไดโนเสาร์ มันตัวโตขึ้น แล้วก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก
    พร้อมกับบอกว่า ตั้งแต่ไปเรียนเนี่ย มีคำถามแปลกๆเหมือนตอนเป็นเด็กๆเลย
    ทุกอย่างรอบตัวถามหมด เอ๊ะ...คิดอยู่นาน...นี่แม่พูดไรอ่ะ ชมรึด่าเนี่ย
     
    ชักไม่แน่ใจ เลยถามคนอื่นต่อ เวลาถามใครก็มีแต่คนมองแบบ "มันถามไรอ่ะ"
    "นี่หล่อนถามบ้าไรยะ มันก็ใช้ของมันมาตั้งนานนมแล้วย่ะ จะให้เปลี่ยนได้ไงยะหล่อน"
    พูดจบเพื่อนร่วมงานคนนี้ก็หันกลับไปอ้าปากส่องกระจกอันจึ้งหนึ่ง เพื่อปาดลิปสติกต่อ
    อีกคน ที่เดินไปเดินมาแถวๆนั้น สวนขึ้นทันทีเมื่อมีช่องว่าง
    หรือเธอจะให้เป็น "โปรดเห็นใจลูกกบลูกเขียดด้วยเถอะ" หรือว่าเป็น
    "หลวงพ่อเจ้าขาขอให้ลูกไดโนเสาร์ถูกรางวัลที่หนึ่งด้วยเต้อะเจ้าค่ะ" อย่างนี้เหรอยะ
    "หรือว่าคุณมิลค์ขา นึกซะว่าเห็นแก่ลูกมดลูกปลวกตาดำๆ นะเคอะ อย่าไล่หนูหิ่นออกเลยนะเจ้าเคอะ" หรืองัยยะหล่อน
    เราเองก็แอบขำระหว่างที่สาวๆในออฟฟิศยกตัวอย่างให้ฟังประกอบท่าทาง
    บ้างก็บอกว่า "มันถามไรของมันอ่ะ มันบ้ารึเปล่าเนี่ย" แล้วก็เดินทำหน้าเซ็งจากไป
     
    โอ..เอ๊ะ รึว่าจะจริงอ่ะ ว่าคำถามบ้าๆ รู้สึกเหมือนกันนะว่า
    ทำไมฉันถามคำถามได้แบบเรียกกำปั้น พร้อมแรงกระทบให้มาอยู่บนใบหน้าได้อย่างนี้เนี่ย เก่งจริงๆเลยวุ้ย
    ทำไม้ ทำไมเราถึงถามได้แบบ ไม่คำนึงถึงมวลสารสีเทาในกะโหลกเล้ยยยย
    ....................................
    การรับรู้ (Cognition)
    เมื่อเวลาผ่านไป มีอยู่วันหนึ่งมีโอกาศถกเรื่องพระพิฆเนศวร กับชายหนุ่มสมองหล่อเลิศ ที่มีความรู้ และอ่านมากกว่าเราไปหลายขุมในเรื่องนี้ว่า ทำไมพระพิคณศวรถึงมีเศียรเป็นช้าง และความสำคัญของช้าง ถกไปถกมา ทำให้รู้ว่าช้างนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากในวัฒนธรรมที่ได้รับการถ่ายทอดจากอินเดีย ซึ่งมีปรากฏทั้งในรูปเทพเจ้า เช่น พระพิฆเนศวร ช้างเคยเป็นสัญลักษณ์ในธงของประเทศไทย ใช้เป็นพาหนะในการทำศึกสงคราม และมีความสำคัญมากถึงขั้นที่ว่า
    ต้องมีการดูช้างเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะ มีผู้ชำนาญการพิเศษเป็นตระกูลเฉพาะ เจ้าตัวผู้ร่วมถกนั้นน่ารักมากมีอีเมล์ตอบกลับมาเล่าถึงความสำคัญของช้าง อย่างคร่าวๆ จากความทรงจำให้ฟังอีกว่า
     
    "พูดถึงทำไมช้างถึงได้รับเลือกให้ไปเป็นเศียรของพระพิฆเนศวรนี่นะ ผมว่ามันก็อาจจะเป็นสัญลักษณ์แหละ คิดว่าช้างคงเป็นสัตว์สำคัญเอามาก ๆ เพราะเป็นสัตว์ใหญ่ นี่ถ้าไดโนเสาร์ยังอยู่ เราอาจจะไม่เห็นหัวช้างแทนเศียรพระพิฆเนศวรก็ได้  ทะลึ่งอีกละ อีกอย่าง  ช้างถือเป็นสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม  ความเชื่อ  ตำนานและเรื่องเกี่ยวกับศาสนามากมาย ยังไม่นับช้างที่เป็นสัตว์คู่บุญของพระจักรพรรดิ์อีก ที่สำคัญ  ช้างในศาสนาพุทธก็มีการเอ่ยถึงนะ พระยาช้างตระกูลฉันทันต์ ถือเป็นช้างที่เลิศที่สุด ช้างฉันทัตน์ 10 เชือกมีกำลังเท่าพระพุทธเจ้า 1 พระองค์ คิดดู  เขาให้ความสำคัญมากแค่ไหน ในเทพปรกนัมณ์ของอินเดีย  พระพุธก็ทรงช้างเป็นพาหนะ ไม่นับช้างเอราวัล 33 หัวของพระอินทร์  ซื้งอันนี้เรารู้ ๆ กันอยู่ ดังนั้นช้างจึงเป็นสัตว์สำคัญที่สมควรนำมาเป็นเศียรให้พระพิฆเนศวร ซึ่งต่างกับพระทักษะ พ่อของอดีตภรรยาพระอิศวร ที่โดนตัดหัวแล้วเอาหัวแพะมาต่อแทน นัยว่าเป็นการประจานถึงความโง่เขลาที่ไม่รู้ว่าลูกเขย  (พระอิศวร) เก่งแค่ไหน" ปฏิพันธ์ อุทยานุกูล (อีเมล์, 14 มิถุนายน, 2007)
     
    (จริงๆแล้วก็อยากจะตอบว่า ที่บอกว่า "อันนี้เรารู้ๆกันอยู่..." จริงๆแล้วไม่รู้เลยอ่ะ ไม่เคยอ่านเลย จ๊ากกกก ยังไม่อยากได้หัวแพะเด้อท่าน ต้องขอบคุณคุณปฏิพันธ์อย่างสูงลิ่วที่ได้กรุณาให้ความรู้เพิ่มเติมกับคนอ่านน้อยอย่างเรา ขอขอบคุณงามๆเลย แถมเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อ แต่เอ....รอนานหน่อยนะท่าน อีกปีกะแปดเดือนเลยเด้อท่าน)
     
    เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้ เมื่อวิเคราะห์แล้วเห็นชัดเลยว่า ช้างเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและการสร้างวัฒนธรรมในช่วงเวลานั้นๆ เมื่อเรารับวัฒนธรรมอินเดียต่อๆมา แนวความคิดก็ได้รับการถ่ายทอดตามมาและพัฒนา ประสานสอดคล้องและกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม ประสานเข้ากับความเชื่อเดิมจนสนิท แล้วการประสานสอดคล้องกับความเชื่อเดิมๆได้อย่างสนิทใจนั้น เห็นได้ชัดเจนในการใช้ภาษาเช่นกัน ในคำว่า ลูกช้าง และ ลูกนกลูกกา แล้วคิดต่อไปอีกนิดว่า แล้วทีนี้ ลูกช้าง เกี่ยวไรกับ "ฉัน" และ ลูกนกลูกกา เอาล่ะ ตามทันนะ ถามใครเนี่ย อ้อ ถามตัวเอง
     
    ฉัน: การแทนตัวเอง
    ฉัน ก็คือ ประธาน เอกพจน์ บุรุษที่หนึ่ง (หรือสตรีที่หนึ่งก็น่าจะได้ เพราะคำนี้เป็นคำที่มีนัยการกีดกันทางเพศอยู่ จะได้กล่าวถึงในโอกาศต่อไปถ้านึกออก)
    ฉัน ก็คือ ตัวคน หรือมนุษย์ นอกจากคำว่า ฉัน แล้วยังมีอีกเพียบที่ใช้แทนตัวเราได้ เช่น กรู ฮา ข้า ข้อย และอื่นๆที่ทุกท่านนึกออกในภาษาไทยทั้งประเทศ
    ใช้ในแทบทุกสถานการณ์ เมื่อหมายถึงตัวเอง  
     
    ลูกช้าง ก็คือ ฉัน นั่นแหละ แต่เป็น ฉัน ที่ใช้ในสถานการณ์พิเศษ กล่าวคือ เมื่อสื่อสารกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ หรือสิ่งที่เราไม่สามารถต่อรองอำนาจได้ ต้องอ้อนวอน ดังกรณีตัวอย่างข้างต้น เช่น "ขอให้ลูกช้างถูกหวยด้วยเถ๊อะ ลูกช้างจะถวายหัวหมู เหล้าไห ไก่คู่" (วัฒนธรรมไตจริงๆเลยเหล้าไหไก่คู่เนี่ย อย่าลืมเตือนเน้อไว้จะเล่าเรื่อง "วัฒนธรรมไตกับเขาปาดไก่"ใหฟังอีกอิอิ)
     
    ลูกนกลูกกา ก็คือ ฉันอีกนั่นแหละ แต่เป็นฉันที่ใช้ในบริบทพิเศษ ใช้เมื่อสื่อสารกับคนที่มีอำนาจเหนือกว่า เช่น เจ้านายขา นึกว่าสงสารลูกนกลูกกาเถอะนะคะอะไรประมาณนี้ มีใครคิดไรได้เพิ่มเติมบอกนะคะ
     
    แล้วทีนี้สามคำข้างบนเกี่ยวไรกัน มีความสำคัญตรงไหน ภาษาที่เราใช้สะท้อนให้เห็นการรับรู้บางอย่าง การรับรู้นั่นก็คือเรารับรู้ความสัมพันธ์บางอย่าง ซึ่งก็คือความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ช้างเป็นสัตว์ใหญ่กับอำนาจที่มองไม่เห็น กับ ลูกนกลูกกาเป็นสัตว์เล็กกับอำนาจที่มองเห็น เอานะคะ ข้ามไปอีกหัวข้อนะ เพราะอธิบายปั๊บมันเข้าทันทีเลย
     
    ความจริง (Reality)
     ความจริงของคำศัพท์ ทั้งสำรับนี้ก็คือ ในระดับที่หนึ่ง เราเชื่อกันอยู่ว่าลึกๆว่ามนุษย์ก็คือสัตว์ชนิดหนึ่ง เราถึงมีคำกล่าวที่ว่า "มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ" แต่ดูให้ดีในขณะเดียวกันเรายังแยกตัวเองออกจากความเป็นสัตว์ ในขณะที่แยกตัวเองนั้น เราก็ยังยอมรับความเป็นสัตว์ในคำว่า ลูกช้าง ลูกนกลูกกา หรืออาจจะมีใครเถียงว่า มันเป็นคำเปรียบเปรยก็ตาม ถ้าเป็นคำเปรียบเปรยแล้วทำไมเราไม่ใช้ ไดโนเสาร์ หรือ ลูดมดลูกปลวกล่ะ คำตอบคือ สัตว์ที่มนุษย์เราเลือกเป็นนั้น ทั้งช้างและ ลูกนกลูกกา มียังมีนัยสำคัญทางอำนาจแฝงอยู่ แฝงอย่างไรล่ะ
     
    ความจริงในระดับที่สองก็คือ ถึงแม้เราจะเลือกเป็นสัตว์ เมื่อแทนตัวกับสิ่งเหนือเราที่เป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ เรายังเลือกเป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุด มีอำนาจที่สุด มีอำนาจเหนือสรรพสัตว์ทั้งหลาย แม้กระทั่งยามที่เราเลื่อกแทนตัว เป็นลูกนกลูกกา กับสิ่งที่มีอำนาจเหนือเราแต่เป็นมนุษย์เหมือนกัน เรายังเลือกการนิยามความหมายให้กับตัวเองว่าเป็นบุคคลที่น่าสงสาร เปรียบเหมือนเด็กที่ยังไร้เดียงสาหากินไม่ได้ ต้องพึ่งพาผู้มีอำนาจ ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร เรายังมองภาพของแม่นกส่งอาหารให้ลูกนกถึงปากด้วย ภาพของสัตว์กับคนที่มีอำนาจในระดับรูปร่างเท่ากัน คำแทนตัวก็เล็กลง
     
    ดังนั้น คำว่าลูกช้าง และ ลูกนกลูกกา จึงมีนัยสำคัญทางทางการกำหนดความสัมพันธ์เชิงอำนาจของคน และสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างภาษา วัฒนธรรม การรับรู้ และความจริงได้อย่างชัดเจน
     
    ภาษามีผลต่อระบบความคิดของคน เราใช้ภาษาอะไร เราก็จะมีระบบคิดเป็นภาษานั้นๆ เพราะแต่ละภาษารับรู้ความจริงที่ต่างกัน มันอาจจะมีทั้งที่เหมือนกัน คล้ายกัน และต่างกัน
     
    เฮ้อจบซะที ฟุ้งซ่านมานานล่ะ
     
    เอ้อ...มีคำว่า "หนู" อีกคำอ่ะ ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะ

    Comments (8)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    เรียนภาษาค่า ยังไงกี๊กก็ไม่เปลี่ยนประเด็นความสนใจจากญี่ปุ่น  มาเพิ่งความฉลาดให้ตัวเองหน่อยค่ะ พี่มี่จะได้รักกี๊กขึ้นมาบ้างไง  :)  อนาคต อมมม ยังไม่แน่นอนค่ะ  แล้วแต่บริบทในขณะนั้น เรียนก็ได้ ทำงานก็ได้ค่ะ  พี่มีเป็นไงบ้าง จะจบแล้วใช่ไม๊คะ  นึกว่าโกรธกี๊กไปซะแล้ว กี๊กเลยไม่กล้าอีเมลกวนเลย 
     
    ภาษาญี่ปุ่นยาก แต่สนุกมากค่ะ เอาใจช่วยกี๊กด้วยนะคะ  พี่สาว
    Apr. 26
    Simmee Ouprawrote:
    ตอบไปแล้วเพิ่งคิดได้อ่ะ เลยกลับมาแฮ๋มรอบ
     
    ลิงน้อยกับมะแมว (อิอิ ใช่ป่ะหว่า อ่านถูกไหมนั่น) นี่คนเดียวกันไหมนั่น
    แล้วรู้มาจากไหนเนี่ย แป๋นเนี่ย...ฮี่ๆๆๆๆๆๆ
     
    ไฮไฟ ก็อยู่ที่ oupra@hotmail.com เน้อ เซาะเอาเต๊อะ
     
    Apr. 22
    Simmee Ouprawrote:
    สวัสดีค่ะคุณ MaMaew
    ยินดีค่ะ เรียกอะไรก็ได้จ๊ะ อิอิ
    มีเหมียนกันไอ้ฮิฟิ hi5 น่ะ แต่นานๆเข้าทีอ่ะค่ะ
    Apr. 22
    Uma Narulawrote:
    อ่านแล้วก็เคยคิดเหมือนกันค่ะว่าทำไมต้องลูกช้างด้วยหล่ะ
    ตัวหนูก็นิดเดียวแล้วแทนตัสเองว่าลูกช้างมันก็ยังไง ๆ อยู่
     
    ไม่ทราบว่าจะเรียกว่า Paan Simmy ได้รึป่าวคะ
    แล้วเล่น hi5 รึเปล่าคะ เพราะว่า spaces มะค่อยได้เล่นอ่ะค่ะ
    Apr. 21
    Simmee Ouprawrote:
    น้องเพลง จ้า คำว่าหนูอีกนานเลย อิอิ ไว้ว่างเมื่อไหร่จะมาแปะอีก นะ
    Apr. 21
    Simmee Ouprawrote:
    แม่นแล้วเจ้าอ้ายธัญญณัฐ อิอิ พยายามสุดชีวิตเลยเจ้า พยายามจะจบให้ได้ ไว้จบเมื่อใดจะไปช่วยงาน อิ อิ
    Apr. 21
    โห...หมี่เกี๊ยว เป๋นว่ามาเล่นอยู่ตางเพ้น่อ
    อ้ายก้าหา ฮู้
    แล้วจะแวะมาแอ่วหาเน้อ
    เมื่อใดจะปิ๊กเมือบ้านเฮาสักเตื่อ
    ขะใจ๋เฮียนหื้อจบเน้อ
    Apr. 20
    ปลายwrote:
    สวัสดีเจ้าปี้หมี่เกี๋ยว
     
     
    มารอคำว่า "หนู"  เพราะหนูใช้แทนตัวเองว่าหนู(ฮา)
     
     
    Apr. 11

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://thehappysimmy.spaces.live.com/blog/cns!BE24349EB48E05FA!1082.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None