Profil de SimmeesimmyPhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
28 mai How are you going? ภาษาอังกฤษแบบออสซี่เมื่อเครื่องบินลงจอดปั๊บความตื่นเต้นพรุ่งพรวดพราด โอ้ว!!!!!นี่ฉันถึงอะดิเลดด์แล้วรึนี่ คว้าเป้คู่ชีพได้ก็เดินนวยนาดไปผ่านพิธีการศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่หนุ่มยิ้มมาแต่ไกลเชียว ฉันแอบคิดในใจว่าเครื่องลงเช้าขนาดนี้ยังอารมณ์ดีได้ปานนี้ ดูท่าแล้วคนเมืองนี้จะอารมณ์ดีจิงๆ ว่าแล้วก็ถึงคิวเรามั่ง ขณะเดินไปยื่นพาสปอตให้นั้นเจ้าหน้าที่หนุ่มทักทายทันที
หนุ่มออสซี่: How are you going?
สาวไทยอย่างฉัน: แอบคิดอยู่ในใจ อะไรกันเพิ่งยื่นพาสปอตเนี่ยตรายังไม่ประทับดังโป้งเลยถามละจะกลับบ้านยังไง ....โอ้ไรเนี่ย....ก็เลยตอบไปแบบงงๆแต่ยังตอบด้วยความเชื่อมั่นอย่างสูงลิบลิ่วว่า
Oh! my friend is picking me up, therefore, I will be going by car.
Thank you for asking, that's very nice of you.
หนุ่มออสซี่: ???????
สาวไทยอย่างฉัน: เห็นหนุ่มออสซี่ถือหนังสือเดินทางของฉันแล้วทำหน้าเหรอหราเลิกคิ้วซะสูงลิบลิ่วพร้อมกับทำตาเหลือกเล็กน้อย สงสัยทันทีว่าพาสปอร์ตฉันผิดปกติไรเหรอ ฉันเริ่มเกิดอาการ....ไม่ผิดนะไม่ผิดทุกอย่างถูกต้องแน่นอน ชัวร์ ก็เลยรีบชิงถามว่า
Is there anything wrong with the passport?
หนุ่มออสซี่: urrmm....There is nothing wrong with the passport. The passport is fine. The Visa is fine but.....
สาวไทยอย่างฉัน: Then what is it? รีบถามทันที คิดในใจแล้วมันไรล่ะ เร็วๆก่ะ ปี้ใจ๋บ่ดี ขะจั๋ยก่ะ มัวแต่อึกอัก อ้ำอึ้งกับ but เบิด..อยู่นั่นแหละ พี่ท่านก็อ้อมแอ้มๆเหลือเกิน แล้วตอบว่า
หนุ่มออสซี่: But.....How are you going in Australian English means ..... HOW ARE YOU?
สาวไทยอย่างฉัน: ?????????????? OK then! I was fine but now I am not fine.
หน้าแตกยับเยินเป็นเสียงๆ ต้องร้องเพลง ใจพี่หายวาบเมื่อเห็นเศษหน้าเกลื่อนกระจาย รีบรับพาสปอรต์ แต่ยังไม่วายหันไปขอบคุณเขาอีกแน่ะ แล้วตั้งหน้าตั้งตาเดินจ้ำไปรับกระเป๋า ฮาตัวเองอย่างแรงกับ บทเรียนแรก (Lesson)ในประเทศนี้ ที่ทำให้ฉันโง่น้อยลง (less + on งัย)
ตอนนั้นน่ะ แค่เหยียบแผ่นดินเท่านั้นนะ ยังเจอซะเสียสวยเลย หลังจากนั้นมาจนถึงทุกวันนี้กับเวลาสี่ปีที่อยู่ในประเทศนี้ เจอมันกระหน่ำเลย แต่สนุกมาก สนุกกับความไม่รู้ของตัวเอง สนุกกับทุกอย่างที่มันอยู่รอบตัว ภาษา วัฒนธรรม ใครว่าออสเตรเลียไม่มีวัฒนธรรมต้องลองมาสัมผัสเองแล้วล่ะ การเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นนั้นต้องทะลุกรอบของคำว่าวัฒนธรรมของตัวเราก่อน เราถึงจะมองเห็น สัมผัส และรู้สึกถึงความงามความคิดของวัฒนธรรมอื่น เราต้องไม่มองวัฒนธรรมอื่นบนฐานของความคิดของวัฒนธรรมเราหรือผ่านวัฒนธรรมอื่นๆ ต้องทำตัวให้เป็นฟองน้ำเสมอซึ่งเมื่อดูดซับวัฒนธรรมอื่นก็ยังไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง
ทุกอย่างแม้แต่สิ่งเล็กๆน้อยๆก็ยังเป็นการเรียนรู้แบบสะสม ภาษาที่ผิดพลาดก็เหมือนกันนั่นแหละมันก็คือการเรียนรู้การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมเป็นการทะลุกรอบวัฒธรรมของเราเอง นอกจากนี้ฉันยังเรียนรู้ที่จะทิ้งความอายจากการหน้าแตก เรียนรู้ที่จะหัวเราะอย่างสนุกสนานและเมามันกับอาการหน้าแตกและความผิดพลาดของตัวเองเพราะสิ่งเหล่านี้คือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ถ้าเราจะเรียนภาษาข้อผิดพลาดนั้นมีแน่และมันเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดามากของการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมภาษาและความคิด ข้อผิดพลาดเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถชี้ขาดได้ว่าเราผิดหรือถูก แต่มันเป็นสิ่งที่สังคมนั้นๆยอมรับว่าเหมาะสมและควรแก่สถานการณ์นั้นๆมากกว่า ฉันยังเชื่อเสมอว่าเมื่อเราเรียนภาษาข้อผิดพลาดมีแน่และจงอย่ากลัวที่จะผิดเพราะมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม
When you learn a language do make mistakes. As they teach you the proper and conventional language use of a culture and not that YOU as a person is right or wrong. Its is the cross culture communication process.
นั่นคือบทเรียนแรกของฉันสำหรับการทักทาย การทักทายสำหรับชาวออสซี่ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไป ก็ยังมี เช่น
Good day. ออกเสียงแบบออสซี่ก็เป็น กู๊ดดาย หรือ กูดดอย
Good day,mate. กูดดาย เมท คำว่าเมทนี่ก็แปลว่าเพื่อน ใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย
แต่ส่วนใหญ่จะเห็นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ใช้ มาถึงแรกๆก็ไม่ค่อยได้ยินผู้หญิงใช้กันเท่าไหร่นัก
ระยะหลังๆมานี่ก็เห็นใช้กันเยอะมาก แต่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆเท่านั้นนะที่เห็นน่ะ
แล้วเวลาตอบ ก็ตอบ ว่า I'm good, thank you. หรือ I'm fine, thank you. หรือถ้าแบบไม่เป็นทางการ ก็มักจะตอบกันว่า Thanks, mate. พอเห็นคำตอบอย่างนี้นึกไปถึงน้องคนไทยคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังว่า
น้อง: พี่ๆ หนูเกือบไปแล้วไหมล่ะ ท่องจำมาแต่เด็กตั้งก่ะเรียนภาษาอังกฤษ
พี: อะไรล่ะ
น้อง: ลืมตัวอ่ะพี่ พอตอบ I'm fine, thank you and you? นะ แล้วพอเขาตอบเราว่า I'm fine, thank you.
หนูเกือบบอกไปแล้วว่า Please sit down.
พี่ +น้อง: 555555555555
พี่: น้องเอ๋ย พี่ไม่อยากบอกเล้ยยยยยย ว่าพี่ก็เป็น โดยเฉพาะครูภาษาอังกฤษน่ะ พี่ไม่ใช่แค่เกือบไป
พี่หลุดเลยย่ะ เพราะความเป็นครูของฉันนี่แหละ อายไหม Please sit down. เต็ม ๆ
น้อง: แล้วพี่ทำไงอ่ะ
พี่: ฉันก็หัวเราะขำตัวเองซิยะ
แล้วทั้งสองก็ฮาประสานเสียงกันเป็นวงดูโอ โอ๊ยปวดแก้ม ไปล่ะ ไว้เจอกันใหม่
นี่เอาเรื่องเค้ามาเล่ายังไม่ได้บอกเขาเลย เอาเป็นว่าถ้าเจ้าตัวมาอ่านก็ขออนุญาตตรงนี้เลยนะ จะแจมก็ไม่ว่ากันอิ อิ
8 mai คำพ่อสอนคำพ่อสอน
เคยไหม…ที่ทำงานอยู่ แล้วเกิดอาการท้อ...หมดแรง... มันเหมือนกับว่าทุกอย่างทำไมไม่เข้าข้างเรา ทั้งๆที่เราตั้งใจทำงานมาตลอด จะถอดใจก็หลายครา ทำให้แทบไม่อยากเดินหน้า .... มีแต่คนบอกว่า... นั่นแหละพิสูจน์ค่าความเป็นคนและความคิดของเรา อืม....คงจะจริงดังว่า... แต่ฉันก็คงเจอมันมากหน่อยก็เท่านั้น..และ ทำให้แทบไม่อยากเดินหน้า ..... วันนี้..ขณะที่ฉันเดินมาโรงเรียน.. พร้อมเป้ใบเขื่อง และอาหารสองมื้อ.. ....จู่ๆ.... ฉันระลึกถึงคำของพ่อ..ขึ้นมาเลยทันที พ่อจะบอกเสมอ.....ฉันก็รู้ว่าพ่อบอก แต่ความนัยของมันนั้น... ฉันเพิ่งรู้ซึ้งและเข้าใจ... แบบ ดิ่ง...และลึก... แล้วก็พลันทำให้ฉันน้ำตารื้อขึ้นมาคลอตา.. และรู้สึกเต็ม...อิ่ม...นิ่ง...และเข้าใจชีวิตมากขึ้น แล้วฉันก็เรียนรู้ความลับบางอย่างของชีวิต
ฉันยิ้ม...ยิ้ม...และยิ้ม.. ให้กับการก้าวผ่านความละเอียดอ่อนอีกขั้นหนึ่งของชีวิต และฉันยิ้ม..จากใจ..ให้กับความโชคดีของฉัน ที่มีพ่อที่คอยสอนฉัน...และรู้ว่าเมื่อไหร่..ที่ฉันต้องการอะไร รู้ว่า...เมื่อไหร่..ฉันจะเจออะไรในชีวิต และเมื่อไหร่ที่ฉันต้องการความรู้ในการใช้ชีวิต
ฉันพร้อมแล้ว...ที่จะก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ เพราะชีวิตมันก็ต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ...เดินต่อไปเรื่อยๆ Jalta hi jaawe, Jalta hi jaawe
................
พ่อเล่าว่า.... เรื่องชีวิตและความลับของชีวิตเนี่ย.... เขาเล่าและร้องกันเป็นเพลงมาแต่นานนม... นักร้องเร่ร่อนสมัยบุราณ..เขาเล่าว่า...
ชีวิตน่ะ..มันเคลื่อนไหวไปตามจังหวะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป...ค่อยๆเติบโตไป เหมือนนกไงลูก... เหมือนยังไงล่ะพ่อ ฉันถาม นกตัวน้อยตัวนิดน่ะกว่าจะสร้างรังได้... ต้องคาบกิ่งไม้ตั้งกี่เที่ยว...ต้องบินตั้งกี่ครั้ง... ปีกๆน้อยๆของมันก็เหนื่อยเป็นธรรมดา.. พอเหนื่อยมันก็พัก...พักเสร็จก็คาบต่อ ค่อยๆทำไป..ทีละเล็กทีละน้อย จากกิ่งไม้...ทำไปเรื่อยๆ.. จนเป็นรังอันอบอุ่น ชีวิตมันก็เดินไปเรื่อยๆ ...เดินไปเรื่อยๆ Jalta hi jaawe, Jalta hi jaawe
………………………… คนเราก็เหมือนกัน เราต้องเริ่มต้นก่อน..แล้วค่อยๆเป็นค่อยไป การสร้างชีวิต การงาน และครอบครัวนั้น ก็ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปเหมือนกัน จากหนึ่งเป็นสอง...จากสอง..เป็นสาม... จากสามเป็นสี่...จากสี่เป็นห้า... บางครั้ง..จากห้าเป็นสาม..ก็มีเหมือนกัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต การงาน หรือครอบครัว มันก็เหมือนการต่อของเล่น.. ต่อทีละชิ้น..ทีละอัน..ติดแน่นบ้าง ..หล่นบ้าง หล่นก็เก็บได้..แล้วต่อใหม่
เมื่อล้ม...มันมีเหนื่อยและท้อ..มันเป็นธรรมดาของมัน บางทีมันรู้สึกว่าหนักหนาสาหัส เหมือนมีภูเขาขวางอยู่..จะข้ามไปได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าจะข้ามไปไม่ได้..มันข้ามได้ แต่มันอยู่ที่ใจไงล่ะ ..ยกมันออกไปสิ..... จงเรียนรู้จากสิ่งที่ทำให้เราล้ม..และท้อ ที่สำคัญที่สุด... จากสิ่งเหล่านั้นเราเรียนรู้ตัวเอง เรียนรู้ความเข้มแข็ง..และความอ่อนแอของตัวเอง เมื่อเรียนรู้แล้ว...ลุกขึ้นยืนให้ได้..เพราะ ชีวิตมันต้องเดินหน้า.. แล้วมันก็จะเดินไปเรื่อยๆ..เดินไปเรื่อยๆ... Jalta hi jaawe, Jalta hi jaawe ……………………………
ลองดู...เส้นฝ้าย และเส้นไหม สิ กว่าจะเป็นผ้าผืนหนึ่งได้..ไม่ใช่ของง่าย ไหมและฝ้ายแต่เส้น..ที่โยงใยและถักทอนั่นน่ะ มันมีจำนวนมากมายมหาศาล และต้องอาศัยความอดทน..ความอดกลั้นสูงของผู้ทอ กว่าจะมาเป็นผ้าผืนสวยผืนงามหนึ่งผืน มันก็ต้องถักต้องทอกันไปเรื่อยๆ...ทอกันไปเรื่อยๆ ชีวิตมันก็เดินไปเรื่อยๆ...เดินไปเรื่อยๆ... Jalta hi jawe, Jalta hi jawe ..........................................
ลองดูซิลูก.. กว่าจะมาเป็นน้ำหนึ่งแก้ว กว่าจะมาเป็นแม่น้ำหนึ่งสาย กว่าจะมาเป็นทะเล และมหาสมุทร ต้องใช้น้ำกี่หยด ทุกอย่างมันเริ่มมาจากน้ำหนึ่งหยด มีหยดที่หนึ่ง...หยดที่สอง..หยดที่สาม แต่ละหยด..มารวมกัน.. มันใช้เวลาและความพยายาม แล้วมันก็จะเพิ่มไปเรื่อยๆ...เพิ่มไปเรื่อยๆ พอแดดร้อน..มันก็ระเหยไปบ้าง แต่มันก็จะหยดมาเรื่อยๆ...หยดมาเรื่อยๆ ชีวิตมันก็เดินไปเรื่อยๆ...เดินไปเรื่อยๆ... Jalta hi jawe, Jalta hi jawe .................................
ชีวิตเราก็เหมือนกันนะลูก เราก็ค่อยๆถักค่อยๆทอไปเรื่อยๆ... ตกแต่งชีวิตเราไปเรื่อยๆ อยากให้ชีวิตเราเป็นอย่างไร.. เราต้องค่อยๆสร้าง..ค่อยๆรังสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อเราถึงจุดหนึ่งในชีวิต... และเราหันกลับมามองความพยายามของเรา เราจะเห็นว่าผ้าผืนที่เราพยายามถักทอนั้น มันสวยงามมาก..
ท้ายสุดแห่งชีวิต..เราจะไม่แค่นั่งชื่นชมผ้าผืนสวยผืนงามแต่เท่านั้น หากแต่เราจะชื่นชม..เส้นด้ายและเส้นไหมของเรา ที่เราได้สร้างขึ้นระหว่างทางเดินของเรา ที่เราเดินมาเรื่อยๆ...เดินมาเรื่อยๆ
ชีวิตมันก็เดินไปเรื่อยๆ...เดินไปเรื่อยๆ... Jalta hi jawe, Jalta hi jawe ...................................
ฉันอยากบอกพ่อเหลือเกินว่า
เส้นด้ายเส้นหนึ่ง... ที่มาจากผืนผ้าอันสวยงามและอบอุ่นของพ่อนั้น จะพยายามอย่างที่สุด.. ที่จะสร้างผ้าผืนที่สวยงามและอบอุ่น ดังเช่นที่พ่อได้สร้างไว้ พ่อรอดูเส้นด้ายเส้นนี้ของพ่อด้วยนะจ๊ะ เส้นด้ายเส้นนี้ก็จะเดินไปเรื่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ...เดินไปเรื่อยๆ .........เพราะ....... ชีวิตมันก็เดินไปเรื่อยๆ...เดินไปเรื่อยๆ... Jalta hi jaawe, Jalta hi jaawe
รูปน้องสาวค่ะ วันรับปริญญาเอก พ่อกับแม่ปลื้มสุด
|
|
|