Profil de SimmeesimmyPhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
10 janvier เมื่อฉันละลาย ณ อุณหภูมิ 43 องศาวันนี้เป็นวันหนึ่งที่อากาศจะร้อนมากที่สุด พยากรณ์อากาศบอกไว้เมื่อคืนนี้ว่าวันนี้อาจจะถึง 42 องศา ฉันจะค่อนข้างเชื่อพยากรณ์อากาศที่นี่ เพราะมันแม่นมากๆเสมอ และที่ฉันค่อนข้างจะหวาดผวาเป็นพิเศษก็คือ พอทำนายไว้อย่างนี้ทีไร มันมักจะมากกว่าที่ทำนายประมาณ 1-2 องศาทู๊กทีซิน่ะ ฉันก็เป็น “กลมอุตุ”ซะเองวันนี้ว่า มันต้องไปถึง 43 เผลอๆอาจจะถึง 44 ก็ได้ เพราะในตอนเหนือของรัฐที่ฉันสิงสถิตเป็นเจ้านางอยู่นี้มันเป็นทะเลทรายและวันนี้เขาพยากรณ์ไว้ว่าทางตอนเหนือนี้ อาจถึง 45 องศา อี่ปี้เลยสะดุ้งสะเด็นเตรียมการต้อนรับและขับไล่ความร้อนในขณะเดียวกัน วันนี้ฉันเลยตั้งใจที่จะเล่าเรื่องการปฏิบัติตัวยามหน้าร้อนของคนที่นี่ และของฉันให้ฟังกัน
บ้านฮอบบิท ที่แคริค ฮิล ฉันไม่เคยใช้ชีวิตหน้าร้อนที่เมืองนี้อย่างจริงๆจังๆซะที เพราะฉันมักจะบินกลับเมืองไทยช่วงนี้ทุกที เพื่อไปรับอากาศหนาวที่บ้านเรา ที่ผ่านมาสี่ปีฉันเลยเจอแต่อากาศหนาวตลอด ความร้อนเรอะ เชอะ บ่มีสิทธิได้โลมเลียผิวกายป้าหร๊อก ...ว่าไปนั่น..... ฉันชอบอากาศหนาวมากๆ ชอบที่สุด ฉันทำงานได้มากกว่าหน้าร้อนซะอีก สมองที่มักจะคลานต้วมเตี้ยมในหน้าร้อนมันจะแล่นปรู้ดปร๊าดขึ้นมาทันทีเมื่อฉันรับรู้ความเย็น ปีนี้เป็นปีแรกที่ฉันต้องเจออากาศร้อน แล้วมันร้อนชนิดสุดๆ คิดอีกมุม มันก็ดีเหมือนกัน ได้ประสบการณ์ไปอีกแบบหนึ่ง
สิ่งที่ฉันขาดไม่ได้เลยต้องดูข่าวประจำวัน โดยเฉพาะพยากรณ์อากาศ คอยฟังว่า เมื่อไหร่อากาศจะร้อน เมื่อไหร่อากาศจะเย็นลง จะได้เตรียมตัวถูกว่าจะพกครีมกันแดด หรือร่ม ถ้าได้ยินว่า The mercury will rise on Friday to the top at 43 degrees Celsius. ได้ยินแบบนี้เมื่อไหร่ฉันจะต้องตาเหลือกก่อน แล้วจึงรีบหาอะไรที่คิดว่ากินแล้วทำให้ฉันเย็น รวมทั้งเมนูอาหาร พืชผักทั้งหลายมาเตรียมไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นผักสด โดยเฉพาะแครอทและมะเขือเทศ ยังคิดอยู่เลยว่า กินอย่างนี้อีกไม่นานตรูต้องเป็นกระต่ายแน่ๆเลยเนี่ย เพราะเมือมันร้อนจริงๆฉันก็กินอะไรไม่ลงเหมือนกัน ได้แต่กินผักสดและผลไม้ น้ำ น้ำหวาน ไอศกรีม แม้แต่กาแฟร้อนที่ฉันเคยชื่นชอบ (ร้อนแค่ไหนฉันก็จะสั่งกาแฟร้อน) ฉันก็ยังต้องเปลี่ยนมาเป็นกาแฟเย็น ซึ่ง ฉันเป็นคนไม่กินอะไรที่มันเย็นๆเช่นน้ำแข็ง แม้แต่น้ำดื่มฉันก็ยังไม่กินน้ำเย็น มีแต่คนบอก “ดีละลอได้ลดความอ้วนไปในตัว” ฉันก็ตอบไปว่า “ดีอะไร มันจะเหี่ยวหมดน่ะสิ อากาศร้อนกะยูวี และผิวของฉัน มันถูกกันซะที่ไหน อายุไม่ใช่น้อยแล้วนะยะ ขาดน้ำเลยแย่ ยิ่งงามๆอยู่เนี่ย โธ่ เคยเห็นมะผักกาดยามมันสลบน่ะ ฉันก็ไม่ต่างจากมันซะเท่าไหร่เลย โด่ะ”
ตัวไรไม่รู้เฝ้าหน้าบ้านฮอบบิทอยู่ มังกรขี่กบ น่าจะใช่
บางทีฉันก็ตั้งใจฟังข่าวเพื่อจะดูว่าแล้วอากาศมันจะเย็นลงเมื่อไหร่ ฉันน่ะเฝ้ารอเลย อากาศที่นี่มันจะมีลักษณะสลับกันเป็นช่วงๆ พอเป็นช่วงที่อากาศจะเย็นลงหลังจากที่มีช่วงร้อนหฤโหดสักหนึ่งอาทิตย์ คนที่นี่จะเรียกกันว่า heat wave หรือคลื่นความร้อน ถ้าหากพ้นช่วงคลื่นความร้อนแล้วมีอากาศเย็นเคลื่อนเข้ามาเนี่ย คนที่นี่เขาจะเรียกว่า cool change ช่วงเปลี่ยนอากาศเย็น อะไรประมาณนี้น่ะ มันจะสลับกันไปอย่างนี้แหละ ดูข่าวที่ไรฉันก็จะตั้งใจฟังว่าเมื่อไหร่จะมีcool change ซะที เปลี่ยนเมื่อไหร่ฉันก็ เฮไปซะทุกที ร้อนมาทีข้าน้อยก็สลิดบ่ออกเหมือนกัน
การปฏิบัติตัวยามหน้าร้อนที่นี่ต่างจากบ้านเราอยู่พอสมควร ด้วยเหตุเพราะรัฐที่ฉันอยู่นี้มันอยู่ตรงรอยโหว่ของชั่นบรรยากาศของโลกพอดิบพอดี และอีกประเด็นก็คือ อากาศที่ร้อนและแห้ง ไม่ร้อนชื้นเหมือนบ้านเรา ที่นี่พอเริ่มร้อนหรือมีแดด คนที่นี่จะปิดหน้าต่าง ปิดม่านให้บ้านมืดมิด นัยว่าไม่ให้แดด ลมร้อน และอากาศที่ร้อนจัดเข้าบ้าน ทำอย่างนี้แล้วจะทำให้บ้านเย็น ฉันลองทำดูกับที่พักฉันบ้าง มันก็จริงแฮะ เพราะถ้าเปิดหน้าต่างหรือม่านเนี่ย ความร้อนทั้งนั้นเลยที่เข้ามา บ้านเรายิ่งร้อนๆนี่เปิดหน้าต่างเข้าไว้ ให้ลมพัดเข้าบ้านจะได้เย็น แต่ที่นี่ไม่ใช่เลย ยิ่งช่วงนี้แอร์ที่บ้านยังประท้วงขอพักผ่อนด้วย ฉันก็จำยอมให้มันพัก ไม่งั้นถ้ามันนิ่งสนิทเมื่อไหร่ ฉันนี่แหละที่อาจถึงกัลปวสาน อาจละลายตายไปเลย
แล้วแดดที่นี่พลังเผาไหม้และพลังยูวี ทั้งยูวีเอ และยูวีบี มันทรงพลังเผาไหม้มากๆ ฉันแค่เดินไปทานข้าวหน้ามหาลัยนะ ทั้งที่สวมเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาว สวมหมวก ดูเผินๆเหมือนจะไปทำไร่ยังไงยังงั้นเลย แถมด้วยทาครีมกันแดดแบบกันสามสิบเท่าแล้วก็ตาม แขนฉันยังเป็นผื่น เป็นรอยปื้น บวมแดง ขึ้นมาเลย คันด้วยนะ เกาก็ไม่ได้ ทรมานจริง หมดสวยเลยอ่ะ จะว่าผิวฉันแพ้ง่ายก็คงจะใช่น่ะแหละ อากาศแบบนี้มันยิ่งเร่งให้ผิวเราแห้งมากๆ แล้วมันคันยิบๆ ฉันเลยต้องพึ่งครีม และทาอยู่ได้ทั้งวัน เหมือนทาครีมยามหน้าหนาวยังไงยังงั้น เพื่อนฝูงที่ออฟฟิสมักจะแหย่ฉันเป็นประจำว่า ฉันน่ะทาครีมหรืออาบครีมกันแน่ สงสัยต้องเปลี่ยนเป็นน้ำมันพืชแล้วกระมัง เพราะถูกกว่าครีม ฉันก็เขวี้ยงค้อนซะประมาณว่าคนแซวหลบแทบไม่ทัน นี่ถ้าเป็นนักกีฬาโอลิมปิกประเภทขว้างค้อนนะ เผลอๆฉันอาจจะทำลายสถิติด้วยก็ได้นะนั่น อิอิ นอกจากครีมแล้วเรื่องดื่มน้ำนี่จำเป็นมากๆ พูดเรื่องดื่มน้ำเนี่ยเป็นความรู้ใหม่ของฉันเหมือนกันเลยนะ เมื่อมาที่นี่ใหม่ๆ มีแต่คนบอกว่าอากาศที่นี่มันแห้งกว่าบ้านเรามากๆ เพราะฉะนั้นต้องดื่มน้ำให้มากเข้าไว้ จิบเรื่อยๆ จิบได้ทั้งวัน บางที่มันเหมือนเราจะไม่หิวน้ำ เราไม่รู้ตัวด้วยว่าขาดน้ำ แต่ร่างกายเราขาดน้ำ บางคนถึงขั้นยืนๆอยู่ล้มพับไปเลยก็มี เราจะรู้ว่าร่างกายเราขาดน้ำอย่างแรงก็ต่อเมื่อเราเกิดอาการปวดหัว เพราะร่างกายดูดน้ำไปมาก จนทำให้ความดันในร่างกายสูง และร่างกายเลยนำโปรตีนจากสมองไปใช้ ฉันอาจจะจำมาไม่ถูกนักนะเรื่องร่างกาย แต่รู้ว่ามันมีผลต่อร่างกายแบบทันทีที่ขาดน้ำเลย มีคนเคยบอกให้ฉันสังเกตว่าถ้าเริ่มปวดหัวให้ดื่มน้ำไว้ก่อนแล้วรอสักพัก หากอาการปวดหัวหายไปให้ดื่มน้ำตามอีก แล้วคอยจิบน้ำเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่หายนั่นคืออาการปวดแบบอื่นที่ไม่ใช่เกิดจากอาการขาดน้ำ สามารถกินยาแก้ปวดได้ ฉันลองทำมั่ง แต่ด้วยความที่ฉันเป็นคนที่มีความอดทนต่ำ แต่ความดันทุรังสูง ฉันมักจะทนให้มันหายปวดเองไม่ไหว ฉันเลยทั้งกินยา และดื่มน้ำไปพร้อมๆกัน ประหยัดเวลาและลดอาการทรมานจากการปวดได้ด้วย อิ อิ มาใหม่ๆก็หูตาเหลือก อะไรฟระตรูมีโตยก้าจะอี้เนี่ยะ อย่างนี้ปี้บ่เกยได้ยิน และไม่เคยคิดว่ามันเป็นความรู้อยู่ในโลก คอยปฏิเสธ (อยู่ในใจ) มาตลอด จนกระทั่งเจอเองเลยถึง อ้อซิตี้เลยชร้าน
วันนี้ก็ทำครบถ้วนทุกกระบวนความที่ว่ามาข้างต้น แต่อากาศมันยังไม่หายร้อน ตอนนี้ปรอทมันกำลังไต่ระดับอุณหภูมิไปเรื่อย ตอนที่เขียนนี้ปรอทเพิ่งแตะ41 ตอนเที่ยงตรง และวันนี้ฉันก็อาบน้ำไปแล้วสองรอบได้ยังเหลือเวลาอีกครึ่งวัน และกว่าจะถึง 43 ฉันคงอาบน้ำได้อีกหลายรอบแน่ๆเลยเนี่ย วิ่งไปอาบน้ำบ่อยๆนี่ทำให้ฉันคิดถึงน้ำตกบ้านเราเหลือหลาย อยากโดดลงไปแบบ ซุ่มมมมมมมม แล้วนั่ง นอน และลอยคออยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆ มีหนังสืออีกเล่มนะ ฉันไม่เอาไรอีกแล้ววววว จะแช่น้ำมันอยู่อย่างนั้นแหละ อย่าถามว่าที่นี่ไม่มีน้ำตก เหรอ ต้นและดอก Jacaranda สวยงามยามหน้าร้อน
ที่นี่ก็มีแต่น้ำมันไม่ตกแล้ว มันไม่มีน้ำให้ตก แห้งแล้งมาก ขืนโดดน้ำตกนะไม่ใช้หัวโนเฉยๆนะยะ คอหักตายแถมเป็นข่าวหน้าหนึ่งของสองประเทศอีกต่างหาก “นักเรียนไทยโดดน้ำที่ไม่ตกดับสนิท” อิอิ
เป็นข่าวน่ะไม่ห่วง แต่ห่วงภาพตอนตายไม่สวยอ่ะดิ แย่เลย
ทะเลเรอะ มีออกทั่วทุกมุมเมือง ห่างจากบ้านฉันแค่ 20 นาทีเอง แต่ฉันไม่ลงหรอก ทำไมน่ะเหรอ อ้าววววววว ขอลากยาวหน่อย ก็ลองคิดดูสิ เวลาลงน้ำต้องเล่นน้ำอยู่ในระหว่างธงที่ทางรปภ. เขาปักไว้เท่านั้น แล้วระหว่างธงน่ะ คนนี่นะป๊าดดดดดโถะ ล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสน แค่ยืนแช่ก็พอล่ะ อย่าได้หวังว่าจะได้ว่ายเป็นอันขาด ได้แต่ยืนไหว้น่ะสิ ขืนว่ายหัวฉันชนตูดเธอ ตูดเธอบานเต็มหน้าฉันน่ะแหละ อีกอย่างนะถ้าลงไปเนี่ย ลองนึกภาพตามละกัน แช่ๆอยู่ต้องรอฟังเสียงนกหวีด เสียงเฮลิคอปเตอร์ตลอด รอทำไมนะเหรอ ฉลามเธอ ไอ้หลาม ไอ้คุณจอว์ส อ่ะเธอ มันมาทีนะ เฮลิคอปเตอร์มาบินวนเตือนให้ขึ้นจากน้ำ สนุกจะตายยยยจริงๆ แช่ๆอยู่ชุดว่ายน้ำยังไม่ทันเปียกดีก็ต้องวิ่งจากน้ำกันอุตลุด ฉันขอบายลงทะเลที่นี่นะ ฉันยังอยากอยู่ให้โลกได้ชื่นชมในความงามของฉันอยู่ ฮ่า ๆๆๆๆ .....ว่าไปนั่น....ที่สำคัญเลย ดำ ไง ดำ ดำแบบแดดเผาไหม้ลอกเป็นแผ่นๆน่าเกลียดชะมัด แล้วไม่มีครีมทาผิวแบบไวท์เทนนิ่งด้วยนะ กรรมเลย มีแต่ แทนนิ่งโลชั่น ไม่มีไวท์เทนนิ่งขายอ่ะ ใครผ่านมาทางนี้ก็พกไวท์เทนนิ่งมาเผื่อบ้างนะ จะรักตายเลย
โดยสรุปฉันจึงหมกตัวอยู่บ้านอาบน้ำ ดีกว่าลงทะเลเป็นไหนๆ ทะเลไปช่วงอื่นดีกว่าสวยกว่าด้วย
เมืองแอดดิเลดด์ ถ่ายจากเนินมองเตฟอร์ ใกล้บ้าน |
|
|